ลูกขี้ลืม แก้ได้ไหม?

ลูกขี้ลืม

ลูกขี้ลืม แก้ได้ไหม?

เด็กๆในช่วงวัย 3-6 ปี จะมีอาการหลงๆ ลืมๆ เกิดจากสาเหตุอะไรนะ ??

ลูกขี้ลืม

สาเหตุ

สมองของเด็กๆ ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่

ไม่สมบูรณ์พอที่จะคิดทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกันได้

ไม่สามารถคิดวางแผนว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลังได้

โดยจะจำได้แค่ทีละ 1 – 2 อย่างเท่านั้น

โดยเรื่องที่เด็กๆ จดจำเกี่ยวกับตนเอง ว่าอยากจะทำอะไร อยากจะกินอะไร อยากจะเล่นอะไร

สมองยังไม่สามารถจดจำอะไรที่ซับซ้อนได้มากไปกว่านี้

แต่ความจำของเด็กๆ สามารถพัฒนาเพิ่มมากขึ้นตามวัย ซึ่งจะสามารถจดจำเรื่องราวในแต่ละวันได้ดีขึ้น และอาจมีอาการขี้ลืมน้อยลง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกมีความจำที่ดีได้ตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักจดใจและใส่ใจเรื่องราวรอบตัวให้มากขึ้นด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยเริ่มได้ตั้งแต่ที่บ้าน

ลูกขี้ลืม

10 วิธี เสริมสร้างความจำ ให้ลูกน้อย

1.จัดตารางกิจวัตรประจำวัน

การจัดตารางกิจวัตรประจำวันในแต่ละวันร่วมกับเด็กๆ โดนให้ลูกๆได้เลือก และกำหนดกิจกรรมที่อยากทำในตารางเวลาอย่างเหมาะสมนะคะ

เริ่มกำหนด ตารางกิจวัตร ตั้งแต่เวลาตื่นนอน อาบน้ำ แปลงฟัน ทานข้าว ไปเรียน เวลาเล่น เวลาอ่านนิทาน เวลาเก็บของเล่น และเวลาเข้านอนค่ะ
ซึ่งประโยชน์ของการจัดตารางกิจวัตร ประจำวันนอกจากจะช่วยเพิ่มความจำให้กับลูกๆแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยเชิงบวก และการรับรู้ เรียนรู้ และทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างเหมาะสม ภายใต้การร่วมกัน การจัดตารางกิจวัตรร่วมกันระหว่างลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่

2. ให้ลูกทำกิจกรรมที่ละ 1 อย่าง

ลูกๆ ที่กำลังอยู่ในช่วยวัย 3-6 ปี จะชอบทำอะไรหลายๆอย่าง เช่นเวลากินข้าว ก็จะอยากไปวิ่งเล่น พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เป็นไปตามช่วยวัยแห่งการเรียนรู้ของลูกๆ แต่เราควรคอยดูแลให้เขาทำทีละอย่าง ทำทีละกิจกรรม เพื่อเป็นการฝึกสมาธิ และความจำของเขานะคะ

3.นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับอย่างถูกเวลา และได้นอนหลับอย่างเพียงพอ จะทำให้มีความจำที่ดียิ่งขึ้น เพราะสมองจะได้รับการพักผ่อน อย่างเพียงพอ ช่วงเวลาทอง แห่งการนอน อย่างได้คุณค่า คือนอนหลับสนิท ในช่วง เวลา 20.00 น. – 23.00 น. นะคะ และเด็กๆวัยอนุบาล ควรนอนหลับได้วันละ 10-13 ชั่วโมง
วัยประถม (6-13 ปี) ควรนอนวันละ 9-11 ชั่วโมง

4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นสมองส่วน ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ช่วยให้สมองสร้างสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่ช่วยในด้านความจำ และทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ

5.บอกเล่าเรื่องราวที่พบเจอในแต่ละวัน
คุณพ่อคุณแม่ ควรพูดคุย เรื่องราวในแต่ละวันกับลูก เพื่อกระตุ้นให้เขานึกคิด และเล่า ในสิ่งที่เกิดขึ้น ในแต่ละวัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง อาจจะเริ่มจาก
วันนี้ได้เล่นอะไรมาบ้างคะ
กลางวันทานข้าวกับอะไรคะ อร่อยไหม

6.ร้องเล่น เต้นตามเพลง

ชวนเด็กๆ มาร้องเล่น เต้นตามเพลงสำหรับเด็กที่มีเนื้อหาสั้นๆ จำง่าย จังหวะสนุกๆ น่าเต้นตาม จะช่วยกระคุ้นสมองในด้านการจดจำ เมื่อลูกร้องเล่น จนจำเนื้อเพลงได้เมื่อไหร่แล้วละก้อ เราจะได้ฟังเจ้าตัวร้อยร้องเพลงซ้ำๆ อีกนานเลยค่า

7.ทานอาหารบำรุงสมอง

ให้ลูกๆได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในแต่ละมื้อ โดยเฉพาะอาหารที่มี DHA ธาตุเหล็ก วิตามินบี และไอโอดีน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท และ สมอง

8.อ่านนิทาน

คุณพ่อคุณแม่หานิทานมาอ่านร่วมกันกับเด็กๆ หรือร้องเพลงร่วมกันบ่อยๆ โดยเฉพาะเพลงหรือนิทานที่มีคำคล้องจอง จะทำให้เด็กๆ จะจดจำเรื่องราว และเนื้อร้องของเพลงได้ดีขึ้น

9.เล่นเกมจับคู่

การเล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองผสานกับสายตา พร้อมทั้งกระตุ้นความจำ จากการจำภาพ เพื่อค้นหาภาพเหมือนมาจับคู่กัน ทำให้ลูกได้ฝึกสมองด้านการจดจำด้วยเกมสนุกๆค่ะ

10.เล่นจิ๊กซอว์ ครอสเวิร์ด

ใช้การต่ออักษรจิ๊กซอว์ เล่นแบบครอสเวิร์ด จะข่วยกระตุ้นสมอง พร้อมเพิ่มทักษะความจำ และได้คำศัพท์ ภาษาเพิ่มนะคะ

ว้าวมีกิจกรรมเสริมความจำให้กับลูกๆมากมาย คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมกิจกรรมที่เด็กชื่นชอบนะคะ
จะได้เล่นอย่างผ่อนคลายค่ะ