4 ข้อ รู้ก่อนซื้อนมให้ลูก 1 ขวบ

4 ข้อ รู้ก่อนซื้อนมให้ลูก 1 ขวบ

ถึงแม้ลูกจะทานข้าวได้แล้ว แต่นมกับยังเป็นอาหารเสริมที่จำเป็นสำหรับร่างกายของเด็กๆอยู่นะคะ ครั้งก่อนพี่แอสต้าได้เล่าถึงนมสำหรับลูกอายุ 6 เดือนกันไปแล้ว วันนี้จะมาสอนการเลือกนมสำหรับลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไปบ้างคะ ในช่วงอายุ 1 ขวบ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีพัฒนาการสำคัญทางด้านการเคลื่อนไหว คือ การฝึกเดิน การเรียนรู้สนใจสิ่งใหม่ คำศัพท์ใหม่ และสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆรอบตัว พร้อมทั้งจดจำสิ่งต่างๆ การดื่มนมจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย มีวิตามินบำรุงสมอง และแคลเซี่ยมบำรุงกระดูก ทำให้ลูกน้อยแข็งแรงสมวัย ดังนั้นการเลือกนมที่เหมาะสมสำหรับลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไป คือ

1.หลีกเลี่ยงนมปรุงแต่งรส ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน รสเปรี้ยว รสช็อกกาแลต และรสอื่นๆ ให้ทานนมรสจืดเท่านั้น เพราะว่าการทำนมที่มีสารปรุงแต่งรส จะทำให้เด็กติดรสหวาน และร่างกายของเด็กๆ จะได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น และอาจก่อให้เกิดภาวะโภชนาการเกิน หรือโรคอ้วนตามมาค่ะ

2.เลือกจากแคลเซี่ยมเป็นส่วนสำคัญที่สุด โดยเด็กแต่ละช่วงอายุต้องการแคลเซี่ยมไม่เท่ากันนะคะ

สำหรับเด็กอายุ 1-3 ปี ต้องการแคลเซี่ยม 500 มิลลิกรัม/วัน

เด็กอายุมากกว่า 3 ปี ต้องการแคลเซี่ยม 800 มิลลิกรัม/วัน

ส่วนแคลเซี่ยมที่แสดงในฉลากบรรจุภัณฑ์ จะแสดงเปอร์เซ็นต์ของแคลเซี่ยม สำหรับผู้ใหญ่ คือ 800 มิลลิกรัม/วัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องนำมาคิดเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์ให้เป็นปริมาณ มิลลิกรัม 800 x จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แสดงข้างกล่อง จะได้ปริมาณแคลเซี่ยมแบบมิลลิกรัม เช่น 800×30% = 240 มิลลิกรัม

ถ้าหากเป็นนมขวดใหญ่ หรือแกลอนใหญ่ จะแสดงปริมาณแคบเซี่ยมต่อ 1 หน่วยบริโภค คือ 200 มิลลิลิตร เท่ากับว่า เวลาคำนวณปริมาณแคลเซียมต่อนม 1 แก้ว ที่มีขนาด 200 มิลลิลิตรค่ะ

Realistic white and black spotted cow with milk bottles set vector illustration

 3.ชนิดของนม ถ้าหากลูกน้อยไม่มีภาวะการแพ้โปรตีนในนมวัว ก็สามารถดื่มนมวัวได้ค่ะ ส่วนจะทานเป็นนมผง นมพาสเจอไรด์ และนมกล่อง (นมสเตอริไรด์) นั้น คุณแม่สามารถเลือกเปรียบเทียบจากแคลเซียมที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ ก่อนได้เลย เพราะว่าการที่น้องๆดื่มนม เพราะต้องการแคลเซี่ยมเป็นสิ่งสำคัญค่ะ แต่ถ้าหากน้องๆมีปัญหาแพ้โปรตีนในนมวัว พี่แอสต้าแนะนำให้ทานนมสำหรับผู้แพ้นมวัวโดยเฉพาะ หรือทานนมแพะแทนนะคะ  ลูกๆ ก็จะได้รับแคลเซี่ยมจากนมได้เช่นกันค่ะ

4.ดูวิตามิน ที่เป็นส่วนเสริมเป็นอันดับรองลงมา พี่แอสต้าจะมาเล่าประโยชน์ของวิตามินแต่ละตัว ที่ถูกเพิ่มในน้ำนมค่ะ

วิตามินเอ ช่วยส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยบำรุงผิว

วิตามินบี1 ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทกล้ามเนื้อ

วิตามินบี 2 ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงเลือด และบำรุงสมอง มีส่วนช่วยในการทำงานของสายตา

วิตามินบี 3 หรือ ไนอะซิน บำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยบำรุงผิวพรรณ

วิตามินบี 6 ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

วิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และช่วยในการทำงานของระบบประสาท ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

วิตามินอี  เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท

วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

วิตามินดี ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าสู่ร่างกาย  ส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคกระดูกบาง

ธาตุเหล็ก มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายเติบโตและเซลล์สมอง มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงผิว และเป็นส่วนประกอบสำคัญในไขกระดูก

ฟอสฟอรัส ดูแลสุขภาพเหงือกและฟัน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต

วิตามินเค เป็นส่วนประกอบสำคัญในการแข็งตัวของเลือด

อู้หู้วิตามินมากมายขนาดนี้ แทบจะเลือกไม่ถูกกันเลยใช่ไหมคะ ท่องไว้เลยว่า การเลือกนม ส่วนสำคัญคือปริมาณแคลเซี่ยมค่ะ ส่วนวิตามินเสริมอื่นๆ ให้เลือกเป็นอันดับรองลงมา เพราะที่จริงแล้ว ถ้าหากเด็กทานอาหารหลากหลาย และครบ 5 หมู่ ก็จะได้รับวิตามินอย่างเพียงพอกับความต้องการของร่างกายนะคะ ติดตามสาระความรู้ดีๆ กันต่อที่ Facebook https://www.facebook.com/astafoam และ Line @astaนะคะ

อ่านเรื่องราวน่าสนใจเพิ่มเติม Click

Shopping สินค้าลดราคาพิเศษ Click